RSS Feeds
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทิป windows แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทิป windows แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

มารู้จักหน่วยความจุหรือขนาดข้อมูลกัน


หน่วยที่ใช้ในการวัดขนาดของข้อมูลโดยทั่วไปมีดังนี้

  • บิต (Bit) : เป็นหน่วยวัดที่ใช้ในการบอกขนาดของข้อมูลที่มีขนาดเล็กที่สุด โดยแต่ละบิตถูกแสดงด้วยตัวเลขไบนารี่ (Binary Digits) คือ "0" หรือ "1" ซื่งเป็นตัวเลขที่บ่งบอกถึงสถานะการทำงาน
  • ไบต์ (Byte) : เป็นหน่วยวัดพื้นฐานที่สำคัญสำหรับใช้ในการบอกขนาดของข้อมูลหรือไฟล์ที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไป โดย 1 ไบต์จะมี 8 บิต ซึ่งสามารถใช้แทนตัวอักษรใดๆ 1 ตัว โดย 1 ตัวอักษรนั้นอาจจะเป็นตัวเลข, พยัญชนะ หรือสัญลักษณ์ต่างๆ
  • กิโลไบต์ (Kilobyte ตัวย่อคือ MB) : จะมีค่าเท่ากับ 1,048,576 ไบต์ หรือประมาณ 1ล้านไบต์ซึ่งเที่ยบเท่ากับตัวอักษรประมาณ 1 ล้านตัวหรือประมาณหนังสือหนึ่งเล่ม
  • กิกะไบต์ (Gigabyte ตัวย่อคือ GB) : เป็นหน่วยวัดที่มักจะใช้บอกความจุของอุปกรณ์จำพวก ฮาร์ดดิสก์,แผ่นดีวีดี และอื่นๆ โดยจะมีค่าเท่ากับ 1,073,741,824 ไบต์ หรือประมาณ 1 พันล้านไบต์ ซึ่งเทียบเท่ากับตัวอักษรประมาณ 1 พันล้านตัวหรือประมาณหนังสือที่ถูกบรรจุอยู่ในตู้จำนวน 1 ตู้
  • เทอราไบต์ (Terabyte ตัวย่อคือ TB) : เป็นหน่วยวัดที่มีขนาดใหญ่มาก ซึ่งปัจจุบันมีอุปกรณ์เพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้นที่มีความจุมากถึงระดับนี้ แต่ด้วยปริมาณความต้องการข้อมูลที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆจึงมีแนวโน้มว่าอีกไม่นานความจุระดับนี้จะเริ่มมีให้เห็นแพร่หลายมากขึ้น ซึ่งเทอราไบต์จะมีค่าเท่ากับ 1,099,511,627,776 ไบต์ หรือประมาณ 1 ล้านล้านไบต์ ซึ่งเทียบเท่าตัวหนังสือ 1 ล้านล้านตัวหรือประมาณหนังสือ 1 ห้องสมุด ทิปดีดี

วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

รู้จักกับภาษา C


ก่อนที่จะเริ่มเขียนภาษา C ขึ้นมานั้น สิ่งรกที่ควรทำคาวมเข้าใจก็คือ รายละเอียดทั้งหมดของภาษา C เพื่อเข้าใจถึงที่มา ความสามารถ รวมถึงลักษณะการทำงานโดยรวมของภาษา เมื่อศึกษาถึงเรื่องใดก็ตาม การทำความเข้าใจถึงรากฐานของเรื่องนั้นย่อมจะทำให้เรามีพื่นฐานพร้อมที่จะเรียนรู้เนื้อหาในรายละเอียดต่อไปได้เป็นอย่างดี

รู้จักกับภาษา C

ภาษา C เป็นภาษาที่เก่าแก้ถือกำเนิดมายาวนาน โดยแต่เิดิมนั้นภาษา C ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้เป็นภาษาสำหรับการสร้างระบบปฎิบัติการยูนิกซ์ เนื่องจากในขนะนั้นระบบปฎิบัติการยูนิกซ์เขียนด้วยภาษาแอสเซมบลี (Assembly) ซึ่งเป็นภาษาที่ยึดติดกับฮาร์ดแวร์ของเครื่อง ดังนั้นการที่จะย้ายระบบปฎบัติการไปใช้กับเครื่องอื่นจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย ซึ่งนันเป็นข้อเสียที่ค่อนข้างใหญ่ของภาษาแอสเซมบลี (Assembly)
ดั้งนั้นภาษา C ซึ่นเป็นภาษาที่ไม่ยึดติดกับฮาร์ดแวร์จึงถูกพัฒนาขึ้นมา ในปัจจุบันภาษา C ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่งานการสร้างระบบปฎิบัติการเท่านั้น แต่สามารถนำไปใช้สร้างโปรแกรมเพื่องานในทุกประเภท เช่น งานเกี่ยวกับการคำนวณ ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์/ฮาร์ดแวร์ชนิดต่างๆ การจัดการฐานข้อมูล หรือสร้างโปรแกรมสำหรับจัดพิมพ์เอกสาร เป็นต้น


ประวัติของภาษา C

ภาษา C คิดค้นขึ้นเป็นครั้งแรกโดย เดนนิส ริทชี่ (Dennis Ritchie) ที่ห้องแล็บเบล (Bell Labs) ในปี ค.ศ.1972 โดยได้แนวคิดมาจากภาษา BCPL พัฒนาขึ้นโดย มาร์ติน ริชาร์ด (Martin Richards)
และ ภาษา B ที่เขียนขึ้นโดย เคน ทอมพ์สัน (Ken Thompson) เพื่อนำมาพัฒนาต่อจนได้ภาษาใหม่ที่มี
ประสิทธิภาพการทำงานสูง หลังจากนั้นในปี ค.ศ.1978 ภาษา C จึงได้รับการเผยแพร่อย่างเป็นทางการโดย เคอร์นิกแฮน(Kernighan) และเดนนิส ริทชี่


จุดเด่นของภาษา C

ในปัจจุบันภาษา C ได้รับการยอมรับและใช้งานกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งสาเหตุน่าจะมาจากเหตุผลดังต่อไปนี้!

  • ภาษา C เป็นภาษาที่มีการกำหนดมาตรฐานสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกรุ่น และระบบปฎิบัติการทุกชนิด ทำให้โครงสร้า้งทางภาษา ฟังก์ชันและไลบรารี(library) ต่างๆ สามารถนำไปใช้งานระหว่างเครื่องแต่ละรุ่นและระบบปฎิบัติการแต่ละชนิดได้
  • ปัจจุบันนี้มีการพัฒนาตัวแปลภาษา C ขึ้นมา สำหรับใช้งานกับเครื่องทุกรุ่น และระบบปฎิบัติการทุกชนิด ดังนั้นไม่ว่าเราจะเครื่องรุ่นใด และระบบปฎิบัติการชนิดใดก็ตาม ก็สามารถเขียนโปรแกรมภาษา C ได้
  • โปรแกรมที่เขียนด้วยภาาา C มีขนาดเล็กและทำงานได้เร็ว
  • ภาษา C มีโครงสร้างภาษาที่ดี และเครื่่องหมายสำหรับดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นการคำนาณทางคณิตศาสตร์ ตรรกศาสตร์ หรือการเปรียบเทียบ มีประสิทธิภาพการทำงานสูง
  • สามารถเขียนคำสั่งภาษา C เพื่อควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ฮาร์ดแวณ์บางส่วนได้
  • มีฟังก์ชันสำเร็จรูปสำหรับงานประเภทต่างๆ ให้เลือกใช้มากมาย ซึ่งช่วยประหยัดเวลาในการเขียนคำสั่ง

รายงานจาก ทิปดีดี

ทิปเลือกซื้อสแกนเนอร์



ทิปเลือกซื้อสแกนเนอร์ประเภทของสแกนเนอร์สแกนเนอร(Scanner)มีหลายหลาก. คุณควรพิจารณาขึ้นอยู่กับทั้งสองของคุณวางแผนการสแกนความต้องการและงบประมาณของคุณ.
ประเภทของการเลือกนี้จะให้ระดับสูงสุดของคุณภาพของภาพ. พวกเขามักจะพบในธุรกิจการพิมพ์มืออาชีพ. ในกลองสแกนเนอร์(Scanner)เดิมอยู่ติดกับลูกสูบกลองและหมุนผ่านองค์ประกอบ sensing. สแกนเนอร์(Scanner)เหล่านี้มีราคาแพงมากด้วยความสามารถที่ไปได้ดีเกินความต้องการของ เดสก์ทอปสแกน.

* เลือกFlatbed. ประเภทของการเลือกนี้จะให้พื้นผิวแก้วแบนยังที่เดิมวาง. ประภาสและ sensing ย้าย องค์ประกอบ ภายใต้แก้วเพื่อเลือกภาพ. เลือก Flatbed มีอยู่ในหลากหลายขนาดราคา และ ความสามารถ. Flatbeds บางแห่งโปร่งใส เลือกอะแดปเตอร์ เป็นตัวเลือก.
* เลือกแผ่น Single. ประเภทของ สแกนเนอร์(scanner) นี้ ถูกออกแบบมาเพื่อกระดาษแผ่นเดียว. คุณใส่ หนึ่งขอบกระดาษ ในสล็อต และ grabs สแกนเนอร์(scanner) มันข้อมูลมันผ่านแถว sensing และส่งออก ด้านอื่นๆ. สแกนเนอร์(scanner) บางแผ่นเดียว จะรวมถึงเป็น keyboards. สแกนเนอ ร์ ดังกล่าว ถูกออกแบบ เดิมสำหรับ digitizing เอกสาร และภาพเพื่อเก็บและรุ่นมากไม่เหมาะสมสำหรับการสร้างภาพคุณภาพสูง.
* แผ่น-อาหารสแกน. สแกนเนอ ร์ เหล่านี้ใช้เวลากองหน้า และการสแกนไว้ในลำดับขณะที่คุณ ได้รับ กาแฟ. บางคนแม้จะทวีคูณ (2 ด้าน) พวกเขาจะเป็นประโยชน์ในสถานการณ์บางแต่ไม่มากใช้ philatelist.
* เลือก Photo. ประเภทของสแกนเนอร์(scanner) นี้ถูกออกแบบมาเพื่อการสแกนภาพรวมถึงประมาณ 4'6 นิ้วขนาด. บางหน่วยเดสก์ทอปแยกอื่น ๆ ติดตั้งลงในคอมพิวเตอร์ โดยตรงเหมือนดีสเกตต์ไดรฟ์.
* เลือก Hand. ชนิดของเครื่องสแกนนี้ต้องการผู้ใช้ด้วยตนเองสแกนภาพ สแกนเนอร์(scanner) มือลักษณะคล้ายเมาส์รก เพื่อสแกนหาคุณเองลากหน่วยเหนือเอกสาร ต้นฉบับ สแกนเนอร์มือถือเหมาะ สำหรับ ต้นฉบับขนาดเล็กที่ไม่กว้างกว่าสแกนเนอร์เอง ในทฤษฎีส่วนใหญ่สแกนเนอร์มืออนุญาตให้คุณสแกน กว้าง เดิมเป็นสองหรือมากกว่าผ่านและปุด "สแกนกันเป็นภาพสุดท้าย นี้แต่ไม่เคยทำงานเป็นผู้ผลิตอ้าง
* เลือก สไลด์ ประเภทของสแกนเนอ ร์ นี้ออกแบบมาสำหรับการสแกนสไลด์ (ใส) แทนที่จะมัวต้นฉบับ เช่นการพิมพ์การถ่ายภาพ ขณะที่นานๆ ที่เกี่ยวข้องสำหรับการสแกนเนื้อหา philatelic สแกนเนอร์สไลด์ อุทิศ เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด สำหรับการสแกนสไลด์สแกนเนอร์บาง flatbed มาพร้อมกับ อะแด ปเตอร์ โปร่งใส แต่ ไม่ให้ผลที่มีคุณภาพสูงสุด โดยเฉพาะกับสไลด์ขนาดเล็ก เช่น 35mm. สแกนสไลด์มีความละเอียดสูงมาก มักจะต่ำสุดของ 2,400 dpi, ต้องได้รับราย ละเอียด ทั้งหมดออกจากสไลด์ของคุณ สแกนสไลด์จำนวนมาก ยังมีความสามารถในการสแกนเชิงลบขอสีและการแปลงภาพเชิงลบในภาพบวก.

เพื่อ philatelic สแกนเนอร์(scanner) flatbed คือไม่ต้องสงสัยอเนกประสงค์ที่สุด คุณสามารถสแกนอะไร จากแสตมป์เดียวกับหนังสือหุ้นทั้งหมดหรือหน้าอัลบั้ม. สแกนเนอร์(scanner) มืออาจจะเป็นทางเลือกที่ทำงานได้โดยเฉพาะหากงบประมาณของคุณคับ. จำกัดความกว้างของพวกเขาไม่เรื่องมาก สำหรับแสตมป์ และ ครอบคลุม ฉันได้เห็นยังสแกนแผ่นเดียว และ สแกนภาพที่ใช้แล้วเพื่อ philatelic แม้ว่าพวกเขาต้องการให้ รายการถูกสแกน จะ sandwiched ระหว่างแผ่น พลาสติกใสสำหรับ ป้อนเข้าเครื่องสแกน ...ทิปดีดี

วันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ปกป้องเอกสารที่มีรหัสผ่าน


คุณสามารถป้องกันเอกสารของคุณโดยใช้รหัสผ่านเพื่อให้บุคคลที่ไม่ได้รับ อนุญาตไม่สามารถแสดงรวมทั้งแก้ไขเอกสารของคุณ. คุณสามารถใช้สองประเภทของรหัสผ่าน:

รหัสผ่านเพื่อเปิดเอกสาร:
ถ้าใช้แล้วคุณจะต้องให้รหัสผ่านถูกต้องเปิดเอกสารที่อื่นๆคุณไม่สามารถเปิด เอกสาร.

รหัสผ่านการแก้ไขเอกสาร:
ถ้าใช้แล้วคุณจะต้องให้รหัสผ่านที่ถูกต้องเพื่อแก้ไขเอกสารที่อื่นเปิด เอกสารของคุณแต่คุณไม่สามารถแก้ไขเอกสาร. หมายความว่าเอกสารของคุณจะกลายเป็นอ่านอย่างเดียว. ใช้รหัสผ่านในเอกสารตามขั้นตอนเหล่านี้.
* เปิดกล่องโต้ตอบ Save As โดยเลือก "Save As คำสั่ง" จากเมนู File.
* คลิกที่ "Tools ปุ่ม" การบันทึกเป็นกล่องโต้ตอบและเลือก "General Options" จากเมนูแบบเลื่อนลง "กล่องโต้ตอบ Save" จะปรากฏดังแสดงในรูปด้านล่าง.
* ใส่รหัสผ่านครั้งแรกใน "รหัสผ่านเพื่อเปิดกล่องข้อความ" และรหัสผ่านที่สองใน "รหัสผ่านเพื่อแก้ไขช่องข้อความ" (ถ้าจำเป็น) และคลิก OK "" ปุ่มในกล่องโต้ตอบ. Microsoft Word จะเปิดช่อง "ยืนยันรหัสผ่านโต้ตอบ" เพื่อยืนยันรหัสผ่าน. ความยาวสูงสุดของรหัสผ่าน 15 ตัวอักษร.
* ป้อนรหัสผ่านเพื่อเปิดและรหัสผ่านเพื่อแก้ไขและคลิกปุ่ม "การยืนยันรหัสผ่านกล่องโต้ตอบหนึ่งหนึ่ง.
* คลิก "บันทึกปุ่ม" การบันทึกเป็นกล่องโต้ตอบ.

วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

มาตั้งรหัส พาสเวิร์ด ให้ปลอดภัยกัน


วันนี้มีทิปดีดีเกี่ยวกับพาสเวิร์ดครับ พาสเวิร์ดที่ใช้เข้าเข้าสู่ระบบต่างๆบน Internet หรือแม้แต่รหัสผ่านเข้าสู่วินโด้ถ้าเป็นรหัสผ่านที่ไม่มีความปลอดภัย ง่ายต่อการคาดเดา อย่างเช่น, เบอร์โทรศัพ ชื่อของเรา ชื่อแฟน ศูนตัวเดียว รหัสที่เดาง่ายก็ง่านต่อการถูกมือดีหยิบเอารหัสของเราไปใช้งานได้ (ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในทางที่ถูกหรือในทางที่ผิดก็ตาม) เพราะแบบนี้เราก็ควรจะหารหัสที่คาดเดายากมาใช้ รหัสพาสที่ดี ควรจะมีทั้งตัวเลขและตัวอักษร จะให้ดีไม่ควรจะมีความหมายอยู่ในพาสเวิร์ด
พวกมือดีที่ชอบมาหยิบรหัสของเราไปใช้มักจะมีเครื่องมือที่ถอดรหัสเครื่องมือนี้ก็จะเข้าหรัสของเราด้วยศัพที่มีความหมายต่างๆไปเรื่อยๆจะถูกต้อง หรือเดารหัสในสิ่งรอบๆตัวของเรา รหัสที่คาดเดาได้ยากหรือไม่มีความหมายจึงปลอดภัยกว่า


ส่วนเพื่อนๆที่ต้องการจะหารหัสที่มีความปลอดภัยมาใช้มันก็มีอยู่หลายวิธีไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือสุ่มรหัสหรือคิดเอง บางท่านได้รหัสมาก็จำยากไม่รู้จะจำได้หรือเปล่าจะจดไว้ก็กลัวหาย ผมก็มีทิปดีดีมาฝากครับ..


วิธีแบบเด็กๆของผมก็คือ นำประโยคภาษาไทยที่จำง่ายๆจำติดหัวมาพิมเป็นภาษาอังกฤษ

วิธีก็คือให้เพื่อนนึกประโยคภาษาไทยมาซักหนึ่งประโยคครับ
อย่างเช่นคำว่า"ชอบบล็อกทิปดีดี"
ก็ให้ลองพิมดูด้วยการเปลี่ยนภาษาที่คีย์บอร์ดให้เป็นภาษาอังกฤษ และจิ้มคีย์บอร์ดตามตัวอักษรภาษาไทยคำว่า "ชอบบล็อกทิปดีดี"

ผลลับ ชอบบล็อกทิปดีดี จะได้เป็น =v[[]hvdmbxfufu

เห็นมั้ยคับว่ารหัสที่ได้มาไม่มีความหมายเลยแถมจำได้ง่ายด้วยครับ..

ปัญหา้ Error กับวิธีการแก้



ปัญหานี้คงเจอกับคนรักคอมอย่างเราๆไม่น้อยนะคับ นั่นคือ Error ของวินโด้ที่อยู่ดีๆก็มีหน้าต่างเด้งดึ๋งขึ้นมาและมีข้อความอะไรแปลกๆ ผมจึงมีทิป!มาฝากเพื่อนๆ


ว่างั้นแล้วก็มารู้จักมันกันซักหน่อย พร้อมกับวิธีแก้อาการ (แบบคร่าวๆ)

Error 602,629,630,635,645,650,666,676,678,680,691,718,720..



Error 602
: The modem is being used by another Dial-Up Networking connection or another program.

สาเหตุ
: สัญญาณระหว่างโมเด็มกับคอมพิวเตอร์ขัดข้องหรือสัญญาณโมเด็มค้าง
วิธีการแก้ไข
: ให้คุณทำการรีบู๊ตเครื่องคอมพิวเตอร์

สาเหตุ
: โมเด็มกำลังถูกใช้งานจากโปรแกรมอื่นอยู่ เช่น โปรแกรมรับ - ส่งโทรสาร หรืออื่นๆ
วิธีการแก้ไข
: ให้คุณทำการยกเลิกการใช้โปรแกรมอื่นที่กำลังใช้งานโมเด็ม

--------




Error 629
: You have been disconnected from the computer you dialed.

สาเหตุ
: สัญญาณระหว่างโมเด็มกับคอมพิวเตอร์ขัดข้องหรือสัญญาณโมเด็มค้าง
วิธีการแก้ไข
: ให้คุณทำการรีบู๊ตเครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่

สาเหตุ
: พิมพ์รหัสใช้งานผิด หรือจำนวนชั่วโมงการใช้งานโมเด็มหมด
วิธีการแก้ไข
: ลองพิมพ์รหัสใช้งานดูอีกที หรือตรวจสอบชั่วโมงการใช้งานอินเตอร์เน็ต


สาเหตุ
: ตั้งความเร็วของโมเด็มช้าเกินไป
วิธีการแก้ไข
: ทำการตั้งค่า Maximum speed ให้เร็วขึ้น

สาเหตุ
: ตั้งค่าความเร็วสูงสุด (Maximum speed) สูงเกินไป
วิธีการแก้ไข
: ทำการตั้งค่า Maximum speed ของโมเด็มให้เหมาะสม เช่น ความเร็วของโมเด็ม 56 K ควรตั้งค่าไว้ไม่เกิน 115200 โดยกำหนดได้ที่ Modem Configuration

---------




Error 630
: The computer is not receiving a response from the modem.

สาเหตุ
: โมเด็มกำลังถูกใช้งานจากโปรแกรมอื่นอยู่
วิธีการแก้ไข
: ให้คุณยกเลิกการใช้โปรแกรมอื่นที่กำลังใช้งานโมเด็ม


สาเหตุ
: ถ้าใช้โมเด็มแบบภายนอกอาจจะเกิดจากไม่ได้เปิดโมเด็ม หรือต่อสายไม่ครบ
วิธีการแก้ไข
: ให้คุณทำการตรวจสอบดูว่าได้เปิดโมเด็มหรือยัง รวมทั้งตรวจสอบปลั๊กและสายต่างๆ ว่าต่อเรียบร้อยดีหรือไม่

สาเหตุ

: สัญญาณระหว่างโมเด็มกับคอมพิวเตอร์ขัดข้องหรือสัญญาณโมเด็มค้าง
วิธีการแก้ไข
: ให้คุณทำการรีบู๊ตเครื่องคอมพิวเตอร์

สาเหตุ
: โมเด็มเสีย
วิธีการแก้ไข
: นำไปให้ช่างตรวจดู

สาเหตุ
: เกิดจากโมเด็มไม่ทำงาน หรือไม่ตอบสนอง
วิธีการแก้ไข
: ให้คุณทำการรีบู๊ตเครื่องคอมพิวเตอร์

สาเหตุ
: เกิดจากตั้งค่าพอร์ตของโมเด็มไม่ถูกต้อง
วิธีการแก้ไข
: ตรวจสอบพอร์ตของโมเด็มดูว่าถูกต้องหรือไม่ โดยทั่วไปโมเด็มแบบติดตั้งภายในจะใช้พอร์ต COM3 หรือ COM4 ซึ่งเป็นพอร์ต COM เสมือน (Virtual COM Port)

-----------



Error 635
: Cannot establish the Dial-Up Networking session.

สาเหตุ
: มีผู้อื่นกำลังใช้งานรหัสนี้อยู่
วิธีการแก้ไข
: ให้คุณตรวจสอบดูว่ามีใครกำลังใช้งานรหัสนี้อยู่หรือเปล่า

สาเหตุ
: พิมพ์รหัสใช้งานผิด หรือจำนวนชั่วโมงการใช้งานโมเด็มหมด
วิธีการแก้ไข

: ลองพิมพ์รหัสใช้งานดูอีกที หรือตรวจสอบชั่วโมงการใช้งานอินเตอร์เน็ต


สาเหตุ
: สัญญาณระหว่างโมเด็มกับคอมพิวเตอร์ขัดข้องหรือสัญญาณโมเด็มค้าง
วิธีการแก้ไข
: ให้คุณทำการรีบู๊ตเครื่องคอมพิวเตอร์

สาเหตุ
: ลงไดรเวอร์โมเด็มไม่ถูกต้องหรือไม่ได้ลงไดรเวอร์เวอร์ชั่นล่าสุด
วิธีการแก้ไข
: ให้คุณทำการลงไดรเวอร์โมเด็มให้ถูกต้องและควรเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดด้วย
สาเหตุ
: เกิดจากตัวเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตมีปัญหา
วิธีการแก้ไข
: ให้คุณลองลบตัวเชื่อมต่อเดิมทิ้งไปและสร้างอันใหม่ จากนั้นลองต่ออินเตอร์เน็ตดูอีกครั้ง

-------------



Error 645
: Internal Authentication Error

สาเหตุ
: เกิดจากความผิดพลาดของเครื่องคอมพิวเตอร์หรือโมเด็ม
วิธีการแก้ไข
: ให้คุณทำการรีบู๊ตเครื่องคอมพิวเตอร์

สาเหตุ
: เกิดจากตัวเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตมีปัญหา
วิธีการแก้ไข
: ให้คุณลบตัวเชื่อมต่อเดิมทิ้งไปและสร้างอันใหม่ จากนั้นลองต่ออินเตอร์เน็ตดูอีกครั้ง

------------



Error 650
: Modem not responding

Error 650
: The computer you're dialing into does not respond to a network request.

สาเหตุ
: เกิดจากความผิดพลาดของเครื่องคอมพิวเตอร์หรือโมเด็ม
วิธีการแก้ไข
: ให้คุณทำการรีบู๊ตเครื่องคอมพิวเตอร์ ( กรณีที่เป็นโมเด็มแบบภายนอก ให้ปิดโมเด็มโดยให้อยู่ในสถานะ off ถ้าไม่มีปุ่มเปิด - ปิด ให้ถอดปลั๊กไฟออก และลองเชื่อมต่ออีกครั้ง )


สาเหตุ
: เกิดจากตัวเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตมีปัญหา
วิธีการแก้ไข
: ให้คุณลบตัวเชื่อมต่อเดิมทิ้งไปและสร้างอันใหม่ จากนั้นลองต่ออินเตอร์เน็ตดูอีกครั้ง

สาเหตุ
: เกิดจากสัญญาณรบกวนในสายโทรศัพท์
วิธีการแก้ไข
: ให้คุณลองถอดเครื่องโทรศัพท์หรือโทรสารที่ต่อพ่วงออก

สาเหตุ
: ระบบปฏิบัติการมีการเรียกใช้ RNAAPP ซึ่งต้องมีการเปิดใช้พอร์ตของโมเด็ม ทำให้โมเด็มเกิดความผิดพลาดและไม่ตอบสนอง
วิธีการแก้ไข
: กดปุ่ม และเลือกปิดโปรแกรม RNAAPP จากนั้นลองต่อใหม่อีกครั้ง



Error 666
: Device not Ready , Your modem (or other connecting devices) is not functioning.

สาเหตุ
: เกิดจากความผิดพลาดของเครื่องคอมพิวเตอร์หรือโมเด็ม
วิธีการแก้ไข
: ให้คุณทำการรีบู๊ตเครื่องคอมพิวเตอร์

สาเหตุ
: ลงไดรเวอร์โมเด็มไม่ถูกต้องหรือไม่ได้ลงไดรเวอร์เวอร์ชั่นล่าสุด
วิธีการแก้ไข
: ให้คุณทำการลงไดรเวอร์โมเด็มให้ถูกต้องและควรเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดด้วย

-----------



Error 676
: The line is busy.


สาเหตุ
: เกิดจากหมายเลขที่เชื่อมต่อเข้า ไอเอสพี คู่สายเต็มหมด
วิธีการแก้ไข
: ถ้า ไอเอสพี ที่เราใช้สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้หลายเบอร์ ให้ลองเปลี่ยนเบอร์ที่ใช้เชื่อมต่อเป็นเบอร์อื่น หรือถ้ามีเบอร์เดียวก็ให้กำหนดให้ตัวเชื่อมต่อเองแบบอัตโนมัติ

สาเหตุ
: เกิดจากความผิดพลาดของเครื่องคอมพิวเตอร์หรือโมเด็ม
วิธีการแก้ไข
: ให้คุณทำการรีบู๊ตเครื่องคอมพิวเตอร์

สาเหตุ
: กรอกหมายเลขโทรศัพท์ไม่ถูกต้อง
วิธีการแก้ไข
: ให้คุณลองตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ดูว่าถูกต้องหรือไม่

สาเหตุ
: หมายเลขโทรศัพท์ถูกระงับหรือใช้งานไม่ได้ หรือมีปัญหาที่ชุมสายโทรศัพท์
วิธีการแก้ไข
: ให้คุณตรวจสอบให้แน่ใจว่าหมายเลขโทรศัพท์นั้นยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ

--------------




Error 678
: There is no answer.
Error 678
: The computer you are dialing into is not answering.

สาเหตุ
: ลงไดรเวอร์โมเด็มไม่ถูกต้องหรือไม่ได้ลงไดรเวอร์เวอร์ชั่นล่าสุด โมเด็มตรวจสอบได้ว่ามีการหมุนโทรศัพท์ผิดหมายเลข
วิธีการแก้ไข
: ให้คุณทำการลงไดรเวอร์โมเด็มให้ถูกต้องและควรเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดด้วย

สาเหตุ
: อาจเกิดจากปัญหาของเครื่องคอมพิวเตอร์ต้นทาง (Server)
วิธีการแก้ไข
: ให้คุณทำการตรวจสอบสายโทรศัพท์ดูว่ามีสัญญาณตามปกติหรือไม่

--------------




Error 691
: Access denied because user name and/or password is valid on the domain.
Error 691
: The computer you're dialing into cannot establish a Dial - Up Networking connection.


สาเหตุ
: มีผู้อื่นกำลังใช้งานรหัสนี้อยู่
วิธีการแก้ไข
: ให้คุณตรวจสอบดูว่ามีใครกำลังใช้งานรหัสนี้อยู่หรือเปล่า

สาเหตุ
: พิมพ์รหัสใช้งานผิด หรือจำนวนชั่วโมงการใช้งานโมเด็มหมด
วิธีการแก้ไข
: ลองพิมพ์รหัสใช้งานดูอีกที หรือตรวจสอบชั่วโมงการใช้งานอินเตอร์เน็ต

สาเหตุ
: กรอกหมายเลขโทรศัพท์ไม่ถูกต้อง
วิธีการแก้ไข
: ให้คุณทำการตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ดูว่าถูกต้องหรือไม่


สาเหตุ
: Access Server มีปัญหา
วิธีการแก้ไข
: ให้คุณติอต่อ ไอเอสพี เพื่อตรวจสอบว่ามีปัญหาจาก ไอเอสพี หรือไม่

สาเหตุ
: สัญญาณระหว่างโมเด็มกับคอมพิวเตอร์ขัดข้องหรือสัญญาณโมเด็มค้าง
วิธีการแก้ไข
: ให้คุณทำการรีบู๊ตเครื่องคอมพิวเตอร์

------------



Error 692
: Hardware failure in port or attached devices.

สาเหตุ
: เกิดจากตั้งค่าพอร์ตของโมเด็มไม่ถูกต้อง
วิธีการแก้ไข
: ให้คุณทำการตรวจสอบพอร์ตของโมเด็มดูว่าถูกต้องหรือไม่

สาเหตุ
: เกิดจากโมเด็มไม่ทำงานหรือไม่ตอบสนอง
วิธีการแก้ไข
: ให้คุณทำการรีบู๊ตเครื่องคอมพิวเตอร์ พร้อมทั้งปิดโมเด็มด้วย

--------------




Error 718
: The computer you're dialing into cannot establish a Dial - Up Networking connection.
Error 718
: PPP time out.


สาเหตุ
: หมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้เชื่อมต่อไม่ถูกต้อง
วิธีการแก้ไข
: ให้คุณตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ดูว่าถูกต้องหรือไม่

สาเหตุ
: เกิดจากสัญญาณรบกวนในสายโทรศัพท์
วิธีการแก้ไข
: ให้คุณลองถอดเครื่องโทรศัพท์หรือโทรสารที่ต่อพ่วงออก

สาเหตุ
: เกิดจากเครื่องเซิร์ฟเวอร์ปลายทางไม่ตอบสนอง หรือสัญญาณไม่ดี
วิธีการแก้ไข
: ให้คุณลองปิดเครื่องคอมพิวเตอร์และเปิดใหม่ และตรวจสอบรหัสการใช้งานดูว่าถูกต้องหรือไม่

---------------



Error 720
: No PPP control protocols configured.
Error 720
: Dial - Up Networking could not negotiate a compatible set of network protocols you specified in the Server Type settings.



สาเหตุ
: สัญญาณระหว่างโมเด็มกับคอมพิวเตอร์ขัดข้องหรือสัญญาณโมเด็มค้าง
วิธีการแก้ไข
: ให้คุณทำการรีบู๊ตเครื่องคอมพิวเตอร์

สาเหตุ
: เกิดจากสัญญาณรบกวนในสายโทรศัพท์
วิธีการแก้ไข
: ให้คุณลองถอดเครื่องโทรศัพท์หรือโทรสารที่ต่อพ่วงออก


สาเหตุ
: ยังไม่ได้ตั้งค่าโปรโตคอล PPP
วิธีการแก้ไข
: ให้คุณทำการติดตั้งโปรโตคอล PPP ตรง Networking ใน Properties ของตัวเชื่อมต่อ

สาเหตุ
: หมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้เชื่อมต่อไม่ถูกต้อง
วิธีการแก้ไข
: ให้คุณตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ดูว่าถูกต้องหรือไม่